อุณหภูมิถุงอัณฑะ ปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพอสุจิ
อัณฑะ (Testes) เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญในการผลิตอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทในการพัฒนาและการทำงานของอวัยวะเพศชาย ตลอดจนการผลิตอสุจิในกระบวนการที่เรียกว่า Spermatogenesis โดยกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นภายในหลอดที่เรียกว่า Seminiferous Tubules ที่อยู่ในลูกอัณฑะ ซึ่งการผลิตอสุจิที่มีคุณภาพจะเกิดได้ดีที่สุดเมื่ออัณฑะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าร่างกายเล็กน้อย หรือประมาณ 34-35 องศาเซลเซียสกระบวนการสร้างอสุจิ
โดยทั่วไป กระบวนการสร้างอสุจิตั้งแต่เซลล์เริ่มต้นไปจนถึงอสุจิที่สามารถปฏิสนธิได้ จะใช้เวลาประมาณ 64-72 วัน โดยรายละเอียดของกระบวนการมีดังนี้- เซลล์ Spermatogonia ในอัณฑะแบ่งตัวแบบ Mitosis เพื่อเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนเป็น Primary Spermatocyte ซึ่งมีโครโมโซมจำนวน 46 แท่ง (Diploid)
- Primary Spermatocyte แบ่งตัวแบบ Meiosis ครั้งที่ 1 เพื่อลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง กลายเป็น Secondary Spermatocyte ที่มีโครโมโซม 23 แท่ง (Haploid)
- Secondary Spermatocyte แบ่งตัวแบบ Meiosis ครั้งที่ 2 เพื่อแยกโครโมโซมออกเป็นเซลล์เล็ก ๆ ทำให้ได้ Spermatid จำนวน 4 เซลล์ ซึ่งมีโครโมโซม 23 แท่ง
- Spermatid ผ่านกระบวนการเปลี่ยนรูปร่างและพัฒนาเป็น Spermatozoa หรืออสุจิที่สมบูรณ์ โดยมีส่วนหัว หาง และส่วนกลางสำหรับเคลื่อนที่และการปฏิสนธิ
- อสุจิที่สมบูรณ์จะถูกปล่อยออกจากเยื่อบุหลอดสร้างอสุจิเข้าสู่ท่อส่งอสุจิ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหลั่งออกสู่ภายนอกร่างกาย
อุณหภูมิอัณฑะสูงเกินไปส่งผลต่อคุณภาพอสุจิอย่างไรบ้าง?
อุณหภูมิที่สูงเกินไปในถุงอัณฑะสามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพอสุจิได้หลายด้าน ดังนี้- ความร้อนที่สะสมภายในถุงอัณฑะส่งผลให้การสร้างอสุจิลดลง ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ ทำให้โอกาสในการปฏิสนธิตั้งครรภ์ลดลงตามไปด้วย
- การเคลื่อนไหวของอสุจิลดลง ทำให้อสุจิไม่สามารถว่ายไปปฏิสนธิกับไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงไม่เกิดการปฏิสนธิ
- ทำให้เกิดภาวะออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ (Free Radicals) ที่สามารถทำลาย DNA ของอสุจิได้ เป็นสาเหตุของภาวะแท้งและความผิดปกติทางพันธุกรรมของทารก
11 พฤติกรรมควรเลี่ยง หากไม่อยากเสี่ยงมีบุตรยาก
การมีบุตรยากเป็นปัญหาที่เกิดได้จากหลายปัจจัย รวมทั้งพฤติกรรมบางอย่างที่อาจทำลายสุขภาพและระบบสืบพันธุ์ของเพศชายโดยตรง ซึ่งพฤติกรรมที่ผู้ชายควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากประสบปัญหามีบุตรยาก ทั้งยังเป็นการช่วยให้คุณภาพอสุจิอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีดังนี้1. งดการสูบบุหรี่
บุหรี่เต็มไปด้วยสารเคมีหลายชนิดที่ส่งผลต่ออสุจิและภาวะมีบุตรยากโดยตรง เช่น- นิโคติน ลดความสามารถในการผลิตอสุจิและทำให้อสุจิเคลื่อนที่ได้ช้าลง
- สารก่อมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งอัณฑะและเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- สารตะกั่ว ทำให้ฮอร์โมนเพศชายที่จำเป็นต่อการผลิตอสุจิลดลง
2. การใช้สารเสพติดและยาเคมีบางชนิด
การใช้สารเสพติด เช่น กัญชา (THC) หรือโคเคนสามารถรบกวนกระบวนการสร้างอสุจิ ลดการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และอาจทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือด ส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศชาย ทำให้เกิดปัญหาการหลั่งอสุจิและสมรรถภาพทางเพศลดลง3. การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน GnRH ได้น้อยลง ซึ่งส่งผลให้ระดับ LH และ FSH ลดลงตามไปด้วย อีกทั้งยังจะกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ทำให้จำนวนอสุจิที่ผลิตได้ลดลง หรือมีรูปร่างและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ4. การมีความเครียดเรื้อรัง
ความเครียดเรื้อรังจะทำให้ร่างกายหลั่งคอร์ติซอลออกมามาก ซึ่งจะไปกระตุ้นการยับยั้งการผลิตเทสโทสเตอโรนและลดจำนวนอสุจิ รวมถึงทำให้คุณภาพของอสุจิต่ำลง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ DNA ในอสุจิถูกทำลาย5. การสัมผัสความร้อนสูงเป็นเวลานาน
การสัมผัสความร้อนจากการเข้าซาวน่า การวางแล็ปท็อปลงบนตัก หรือการสวมกางเกงรัดรูปมากเกินไป ส่งผลให้อุณหภูมิอัณฑะสูงขึ้น กระทบกับกระบวนการสร้างอสุจิโดยตรง ก่อให้เกิดความผิดปกติและทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง อีกทั้งยังทำให้เซลล์อสุจิตายได้6. มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
ผู้ชายที่มีน้ำหนักเกินมักมีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำลง เนื่องจากไขมันในร่างกายจะเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนไปเป็นเอสโตรเจน ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และทำให้คุณภาพและจำนวนอสุจิลดลงด้วย7. การออกกำลังกายหักโหมเกินไป
การออกกำลังกายที่หนักเกินไปโดยไม่พักผ่อนให้เพียงพอ จะทำให้ระดับคอร์ติซอลสูงขึ้นและเทสโทสเตอโรนต่ำลง รวมถึงเสี่ยงกับการเกิดภาวะ Overtraining Syndrome ที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามปกติ ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมในระยะยาว8. การนอนหลับพักผ่อนน้อย
หากนอนหลับน้อยกว่า 6-8 ชั่วโมงติดต่อกันเป็นเวลานาน ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะลดลง และเพิ่มการผลิตแอนติบอดีต่อต้านอสุจิสูงกว่าคนทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการมีบุตรยากได้9. การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์
อาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง และขาดสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน C, E, และสังกะสี จะกระตุ้น Oxidative Stress ทำให้เกิดการทำลาย DNA ของอสุจิ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายผิดปกติ และทำให้คุณภาพอสุจิต่ำลง10. การติดเชื้อทางระบบสืบพันธุ์
การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ เช่น โรคหนองใน โรคหนองในเทียม หรือเชื้อ HPV จะทำให้ท่อนำอสุจิและอัณฑะเกิดการอักเสบ เซลล์เริ่มต้นในกระบวนการสร้างอสุจิถูกทำลาย เสี่ยงต่อภาวะท่ออสุจิอุดตัน11. การได้รับสารเคมีและสารพิษจากสิ่งแวดล้อม
สารเคมีในสิ่งแวดล้อม เช่น โลหะหนักและสารกำจัดศัตรูพืช สามารถรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศชายและกระบวนการสร้างอสุจิได้ โดยจะไปกระตุ้น Oxidative Stress ซึ่งทำลายเซลล์อสุจิและ DNA ส่งผลให้จำนวนและคุณภาพอสุจิลดลง รวมถึงอาจไปรบกวนการควบคุม Epigenetic ทำให้การผลิตอสุจิผิดปกติ