การตรวจหาสาเหตุมีลูกยากในฝ่ายหญิงนั้น จะตรวจถึงความปกติและการทำงานที่สมบูรณ์ของมดลูก ท่อนำไข่ และ ฮอร์โมนเพศ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการตั้งครรภ์ หากมีความผิดปกติในส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิงได้
ปัญหาที่ไข่ไม่ตกออกจากรังไข่ ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ สังเกตได้จากรอบวันที่น้อยกว่า 21 วัน หรือมากกว่า36 วัน ส่งผลให้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยลง
เช่น ท่อนำไข่ตีบตันที่ทำให้เกิดปัญหาการนำส่งไข่ หรืออาจมีการท้องนอกมดลูกได้ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงปัญหาท่อนำไข่อุดตันจากการอักเสบติดเชื้อ การผ่าอุ้งเชิงกราน และภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่อีกด้วย
เช่น การมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial polyp) เนื้องอกในโพรงมดลูก (Submucous Myoma) พังผืดในโพรงมดลูก (Intrauterine Adhesion) ก่อนรักษาภาวะมีลูกยากควรทำการผ่าตัดก่อน เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์
หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยในการตรวจภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากมดลูกและรังไข่ทำงานผิดปกติ ฟองไข่ในรังไข่จึงสลายเร็ว หรือมีฟองไข่แต่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้ โดยจะพบภาวะนี้ได้บ่อยกับผู้หญิงในช่วงอายุ 45-50 ปี
เช่น ฮอร์โมน FSH ฮอร์โมน AMH และฮอร์โมน LH เป็นการตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก โดยแต่ละประเภทของฮอร์โมนจะบ่งบอกถึงปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
เพื่อตรวจดูลักษณะภายในมดลูกและปีกมดลูกว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยจะทราบ ความผิดปกติได้จากภาพเอกซเรย์ เช่น มีติ่งเนื้อภายในมดลูก มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ หรือท่อรังไข่อุดตัน รวมไปถึงตรวจดูพังผืดบริเวณท่อนำไข่ที่เป็นสาเหตุของการมีบุตรยาก
เป็นวิธีที่จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในโพรงมดลูกในฝ่ายหญิง เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น เนื้องอก ติ่งเนื้อภายในโพรงมดลูก หรือตรวจหาผนังกั้นในโพรงมดลูก เป็นต้น
เป็นการตรวจภาวะมีบุตรยาก เพื่อหาความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ เช่น มะเร็งปากมดลูก ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกรังไข่ เนื้องอกในมดลูก รวมถึงก้อนเนื้อภายในอุ้งเชิงกราน