สำหรับคู่แต่งงานที่วางแผนอยากมีบุตร แต่อาจยังไม่พร้อมในตอนนี้ เพราะยังมีหน้าที่การงานที่ต้องแบกรับ หรือต้องการสร้างความมั่นคงในทุกด้านก่อนการมีลูก สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาภาวะการเจริญพันธุ์ ด้วยการฝากไข่ได้ เนื่องจากไข่ของผู้หญิงมักจะเสื่อมสภาพเมื่ออายุมากขึ้น การฝากไข่ไว้ก่อนจึงช่วยลดความผิดปกติของทารกที่จะเกิดมาในอนาคต และยังช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้ทารกที่แข็งแรงและสมบูรณ์ด้วย
การฝากไข่ หรือ Egg Freezing เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาคุณภาพและปริมาณของเซลล์ไข่ในผู้หญิง โดยการนำไข่ที่ได้จากรังไข่มาแช่แข็งเก็บไว้ เพื่อนำมาใช้ในการปฏิสนธิในภายหลัง และนำตัวอ่อนมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ จากนั้นจึงค่อยนำกลับไปฝังในโพรงมดลูก เมื่อฝ่ายหญิงพร้อมที่จะตั้งครรภ์
ก่อนเริ่มกระบวนการเก็บไข่ แพทย์จะทำการตรวจเลือดและตรวจฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวม รวมถึงตรวจสอบระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรังไข่ แล้วจึงนำผลที่ได้ไปใช้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
หลังจากประเมินสุขภาพเบื้องต้น แพทย์จะเริ่มกระบวนการกระตุ้นรังไข่ โดยใช้ยาฉีดเข้าใต้ผิวหนังเป็นประจำทุกวัน รวมระยะเวลาประมาณ 8-14 วัน โดยยาจะไปกระตุ้นฮอร์โมนเพื่อให้รังไข่ผลิตไข่ได้หลายใบในรอบเดียว แทนที่จะเป็นหนึ่งใบตามธรรมชาติ
หลังจากการกระตุ้นไข่ แพทย์จะติดตามการเจริญเติบโตของไข่อย่างใกล้ชิด ด้วยวิธีการอัลตราซาวนด์ช่องท้องและการตรวจเลือดเป็นระยะ เพื่อประเมินขนาดและจำนวนของไข่ที่พร้อมสำหรับการเก็บไข่
เมื่อไข่เจริญเติบโตเต็มที่ แพทย์จะฉีดยากระตุ้น เพื่อให้ไข่ตกพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยให้การเก็บไข่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หลังจากฉีดยากระตุ้นไข่ให้ตกประมาณ 34-36 ชั่วโมง แพทย์จะทำการเก็บไข่ โดยคนไข้ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
ในส่วนขั้นตอนการเก็บไข่ มีดังต่อไปนี้
หลังจากเก็บไข่ได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินคุณภาพของไข่ และเตรียมไข่สำหรับการแช่แข็ง โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า Vitrification ซึ่งเป็นการแช่แข็งอย่างรวดเร็วที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส โดยไข่ที่แช่แข็งจะสามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลาหลายปี
เมื่ออายุมากขึ้น หรืออยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เซลล์ไข่ของผู้หญิงจะมีคุณภาพน้อยลงและมีปริมาณลดลงตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้มีบุตรได้ยากขึ้น อีกทั้งไข่ที่คุณภาพไม่ดี มีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของทารก รวมไปถึงเกิดภาวะแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
สำหรับผู้หญิงที่วางแผนอยากมีลูกในอนาคต ควรทำการฝากไข่ตั้งแต่อายุ 25-35 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่เซลล์ไข่มีความสมบูรณ์แข็งแรง ลดความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติ ซึ่งนอกจากปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว การฝากไข่ยังเหมาะกับผู้หญิงที่มีปัญหาในเรื่องเหล่านี้
สำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้หญิงที่ต้องการฝากไข่ มีดังต่อไปนี้
ข้อดี
ข้อจำกัด
แพ็กเกจฝากไข่กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกใหม่ ที่มอบโอกาสให้ผู้หญิงสามารถเก็บรักษาความสมบูรณ์ของไข่ เพื่อเตรียมความพร้อมไว้รอใช้ได้ในอนาคต
โอกาสในการตั้งครรภ์จากไข่ที่ฝากไว้ จะแตกต่างกันไปตามคุณภาพของไข่ จำนวนของไข่ รวมไปถึงอายุของผู้ฝาก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ดังนี้
การฝากไข่ เป็นกระบวนการเก็บไข่ไปแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งก็คือ -196 องศาเซลเซียส เซลล์ไข่จะไม่เสื่อมสภาพ ดังนั้นจึงสามารถเก็บรักษาได้นานเท่าที่ต้องการ แต่โดยทั่วไปแล้ว มักจะเก็บไข่ในระยะเวลาประมาณ 10 ปี เพื่อให้ไข่มีคุณภาพดี และเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการปฏิสนธิมากที่สุด
จากขั้นตอนในการเก็บไข่ที่เรากล่าวไปข้างต้น อาจทำให้หลายคนรู้สึกกลัวว่าขั้นตอนเก็บไข่เหล่านี้จะเจ็บไหม บอกเลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะระหว่างที่แพทย์ทำการเก็บไข่จะมีการให้ยาสลบก่อน คุณจึงไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่หลังจากกระบวนการเก็บไข่เสร็จ อาจรู้สึกปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยหรือแน่นท้องเล็กน้อย ซึ่งสามารถทานยาตามที่แพทย์แนะนำได้
สำหรับผู้ที่วางแผนจะมีลูกในอนาคตและสนใจอยากเก็บไข่เอาไว้ แนะนำว่าควรเก็บไข่ช่วงอายุ 25-35 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยเจริญพันธุ์ ร่างกายผลิตไข่ได้จำนวนมากและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด และหลังจากช่วงอายุนี้ ไข่ก็จะเริ่มเสื่อมคุณภาพและมีจำนวนลดลง ทำให้อัตราประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ลดลงตามไปด้วย
การฝากไข่จะช่วยให้มีไข่ที่มีคุณภาพดี สำหรับการนำไปใช้กับกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว IVF และ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ต่อไป
สำหรับคู่แต่งงานที่สนใจอยากจะเข้าโปรแกรมฝากไข่ แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกที่ไหนดี ที่ VFC Center ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก มีแพ็กเกจแช่แข็งเซลล์ไข่ ราคาเริ่มต้นที่หลักหมื่น เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการมีบุตรในช่วงเวลาที่เหมาะสมมากที่สุด
สนใจสามารถนัดหมายเพื่อปรึกษากับแพทย์ หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมและแพ็กเกจที่สนใจ ติดต่อได้เลยที่ เบอร์โทรศัพท์ 082-903-2035