การ มีเพศสัมพันธ์บ่อย ช่วยให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้นจริงหรือ?
คำตอบคือ "ไม่เสมอไป" แม้ว่าการมี เพศสัมพันธ์บ่อย ขึ้นจะเพิ่มโอกาสที่อสุจิจะพบกับไข่ แต่หากไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่ไข่ตก หรือมีปัจจัยด้านภาวะเจริญพันธุ์ร่วมด้วย ก็อาจไม่ได้ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าการนับจำนวนครั้ง คือ การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และการมีระบบสืบพันธุ์ที่แข็งแรงของทั้งสองฝ่ายการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร?
การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหญิงมีการตกไข่ และอสุจิสามารถเดินทางไปพบกับไข่เพื่อเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นตัวอ่อนที่เกิดขึ้นจะต้องเคลื่อนตัวไปฝังตัวในโพรงมดลูกได้สำเร็จ จึงจะเกิดการตั้งครรภ์ได้ หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการนี้มีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการตกไข่ คุณภาพอสุจิ การปฏิสนธิ หรือการฝังตัวของตัวอ่อน ก็อาจทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง แม้ว่าจะมี เพศสัมพันธ์บ่อย เพียงใดก็ตามควร มีเพศสัมพันธ์บ่อย แค่ไหน หากกำลังวางแผนมีลูก?
ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แนะนำว่า ควรมีเพศสัมพันธ์ทุก 1–2 วัน ในช่วงก่อนและระหว่างวันไข่ตก เนื่องจาก- อสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในระบบสืบพันธุ์ของฝ่ายหญิงได้ประมาณ 3–5 วัน
- ไข่มีอายุหลังตกไข่เพียง 12–24 ชั่วโมง
ทำไมมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอแล้ว ยังไม่ตั้งครรภ์?
หากคุณมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอในช่วงไข่ตก แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ อาจมีปัจจัยด้านภาวะเจริญพันธุ์ที่ซ่อนอยู่ เช่น จำนวนหรือคุณภาพไข่ลดลง ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PMOS) เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ท่อนำไข่อุดตัน ความผิดปกติของฮอร์โมน คุณภาพอสุจิที่ลดลงทั้งด้านจำนวน การเคลื่อนไหว หรือรูปร่าง รวมถึงภาวะอสุจิมีความเสียหายของสารพันธุกรรม (DNA Fragmentation) ในระดับสูง ซึ่งภาวะเหล่านี้ไม่สามารถทราบได้จากการสังเกตอาการเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจประเมินภาวะมีบุตรยาก?
หากพยายามมีบุตรโดยไม่ได้คุมกำเนิด และมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ- นาน 1 ปี (กรณีฝ่ายหญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี)
- นาน 6 เดือน (กรณีฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป)
โปรแกรมตรวจประเมินภาวะมีบุตรยาก ตรวจอะไรบ้าง?
การตรวจควรประเมินทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เนื่องจากสาเหตุของภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้จากทั้งสองฝ่ายการตรวจฝ่ายหญิง
- ตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์
- ตรวจระดับ AMH เพื่อประเมินปริมาณไข่คงเหลือ
- อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
- การฉีดสีดูท่อนำไข่ / การส่องกล้องโพรงมดลูก
การตรวจฝ่ายชาย
- ตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (AIOM)
- ประเมินจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ
- พิจารณาตรวจ DNA Fragmentation ในรายที่มีข้อบ่งชี้
หากตรวจพบภาวะมีบุตรยาก มีทางเลือกในการรักษาอะไรบ้าง?
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคู่ ซึ่งอาจประกอบด้วย- ปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ
- การใช้ยากระตุ้นการตกไข่
- การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI)
- การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI)