สาเหตุที่ทำให้ IUI ไม่ติดเกิดจากอะไร ?
การทำ IUI ไม่สำเร็จสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย แต่โดยหลัก ๆ แล้วจะแบ่งเป็น 3 สาเหตุหลัก ดังนี้1. ปัจจัยจากฝ่ายหญิง
สาเหตุแรกที่ทำให้การทำ IUI ไม่ติด มักเกิดจากร่างกายของฝ่ายหญิงเอง ไม่ว่าจะเป็นอายุ ฮอร์โมน หรือความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ ดังต่อไปนี้- อายุ ส่งผลต่อคุณภาพของไข่โดยตรง ซึ่งผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไปจะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยลงกว่าผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 35 ปี
- ภาวะไข่ไม่ตก หรือฮอร์โมนผิดปกติ การที่ฝ่ายหญิงมีไข่ตกไม่สม่ำเสมอ กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ (PCOS) หรือว่ามีปัญหาเรื่องฮอร์โมนอาจส่งผลทำให้ไข่มีคุณภาพต่ำ และไม่เกิดการปฏิสนธิได้
- ความผิดปกติของมดลูกและท่อนำไข่ เช่น ภาวะของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ รวมถึงท่อนำไข่อุดตัน ทำให้อสุจิไม่สามารถเข้าไปถึงไข่และไปปฏิสนธิได้
2. ปัจจัยจากฝ่ายชาย
หากว่าฝ่ายหญิงไม่มีความผิดปกติดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่า ปัจจัยที่ทำ IUI ไม่ติด เกิดจากฝ่ายชาย ซึ่งมักมีสาเหตุหลักดังต่อไปนี้- คุณภาพของอสุจิไม่ดีพอ ทั้งเรื่องจำนวนที่น้อยกว่าปกติ เคลื่อนที่ช้า มีรูปร่างที่ผิดปกติ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การปฏิสนธิไม่สำเร็จ
- ภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำให้ความสามารถในการปฏิสนธิลดลง เป็นภาวะที่ร่างกายของฝ่ายหญิงสร้างแอนติบอดีต่อต้านอสุจิ ทำให้โอกาสในการปฏิสนธิลดน้อยลงไป
3. ปัจจัยอื่น ๆ
นอกจากปัจจัยเรื่องสุขภาพร่างกายของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำ IUI ดังนี้- ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน หรือความเครียดจากการตั้งใจที่จะมีบุตรแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ล้วนส่งผลต่อความสำเร็จในการทำ IUI
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นสาเหตุให้ทำ IUI ไม่ติดเช่นเดียวกัน
- ช่วงเวลาที่ทำ IUI การฉีดเชื้อในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจลดโอกาสของการปฏิสนธิ จึงต้องรับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เริ่มต้น และติดตามวันที่ไข่ตกอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น
วิธีเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการทำ IUI
แม้ว่าจะไม่มีวิธีการใดที่ทำให้สามารถตั้งครรภ์ได้ 100% แต่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนทำ IUI สามารถเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ โดยมีวิธีแนะนำ ดังนี้1. ตรวจสุขภาพก่อนทำ IUI
ก่อนการทำ IUI คู่รักทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายควรจะตรวจสุขภาพก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะตรวจโรคที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาสุขภาพใด ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้เกิดความล้มเหลว โดยแนะนำให้ตรวจความสมบูรณ์ของท่อน้ำไข่ ความหนาของเยื่อบุมดลูก และคุณภาพของอสุจิ2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
น้ำหนักของฝ่ายหญิงมีผลต่อการตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน ซึ่งหากต้องการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จ แนะนำให้รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอาจจะทำให้ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ หรือหากมีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษได้เช่นเดียวกัน3. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ในช่วงที่ทำ IUI ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายควรดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลดความเครียดและหาเวลาว่างเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากยิ่งขึ้น4. เสริมวิตามินและอาหารบำรุง
ในช่วงที่ทำ IUI แพทย์มักจะแนะนำอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของไข่และอสุจิ ดังต่อไปนี้- โอเมก้า 3 เสริมคุณภาพของไข่ เพิ่มโอกาสการปฏิสนธิให้มากขึ้น
- สังกะสี เสริมสร้างระบบสืบพันธุ์และผลิตไข่ที่มีคุณภาพ
- แมกนีเซียม ปรับสมดุลฮอร์โมน และบำรุงระบบสืบพันธุ์
- เหล็ก เพิ่มคุณภาพไข่และช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
- กรดโฟลิก ป้องกันภาวะโลหิตจาง
- วิตามินบี 3 และ 12 เสริมสร้างฮอร์โมนเพศ และช่วยให้ไข่ตกสม่ำเสมอ
- วิตามินซี ชะลอไข่ไม่ให้เสื่อมไว และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
5. เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม
การทำ IUI ให้ได้ผลดีที่สุดจะต้องทำในช่วงตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิ โดยสามารถตรวจช่วงเวลาตกไข่ได้หลายวิธี เช่น ใช้ชุดทดสอบการตกไข่ (LH Ovulation Test) การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจอุณหภูมิร่างกาย การสังเกตมูกที่ปากมดลูก6. ใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ตามกำหนดเวลา
นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว แพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ ซึ่งสามารถกำหนดเวลาตกไข่และฉีดน้ำเชื้อ IUI และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น7. ใช้ยาฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่มากกว่า 1 ฟอง
โดยการใช้ยากินหรือยาฉีดกระตุ้นไข่ เพื่อให้มีฟองไข่โตหลายฟอง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์จากการมีฟองไข่มากขึ้น8. ปั่นคัดเลือกน้ำเชื้อ
โดยจะแยกส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นอย่างน้ำและเซลล์ที่ตายแล้วออก เพื่อคัดเลือกตัวอสุจิที่มีคุณภาพดีและแข็งแรง ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกทางเลือกเพิ่มเติม นอกจากการทำ IUI
ในกรณีที่ทำ IUI ไม่สำเร็จ แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้- การทำ IVF (In Vitro Fertilization) เป็นกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย หลังจากปฏิสนธิแล้วค่อยนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ตามปกติ
- การทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นขั้นตอนของการทำ IVF โดยการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีอสุจิน้อยหรือไม่แข็งแรง
- Intrauterine Insemination (IUI). สืบค้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 จาก https://www.healthline.com/health/intrauterine-insemination-iui