ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
รู้จัก FSHR และความเกี่ยวข้องกับรังไข่
FSHR คืออะไร ?
FSHR หรือ Follicle Stimulating Hormone Receptor คือโปรตีนที่อยู่บนผิวของเซลล์ในรังไข่ มีหน้าที่รับสัญญาณจากฮอร์โมน FSH ที่หลั่งจากต่อมใต้สมอง เพื่อกระตุ้นให้ไข่ภายในรังไข่เจริญเติบโตจนพร้อมสำหรับการตกไข่ การทำงานของ FSHR จึงเปรียบเสมือน “ช่องทางสื่อสาร” ระหว่างสมองและรังไข่ ซึ่งหากการทำงานในส่วนนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไข่ก็จะตอบสนองต่อการกระตุ้นได้อย่างเต็มที่ แต่ในทางกลับกันหากมีส่วนที่ทำงานบกพร่อง การกระตุ้นไข่อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนักบทบาทของ FSHR ต่อการเจริญของไข่
FSHR มีผลโดยตรงต่อจำนวนและคุณภาพของไข่ในแต่ละรอบของการกระตุ้น หากตัวรับ FSHR ตอบสนองได้ดี จะทำให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพดีจำนวนมาก พร้อมต่อการปฏิสนธิ แต่หากตอบสนองได้น้อย แม้เพิ่มขนาดยากระตุ้นก็อาจได้ไข่ในจำนวนไม่มากหรือมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่ออัตราความสำเร็จของการทำ IVF และ ICSIพันธุกรรม FSHR ที่มีผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์อย่างไร ?
ผลการตอบสนองของรังไข่ต่อฮอร์โมน FSH จะแตกต่างกันในแต่ละคน ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุกรรมของ FSHR โดยเฉพาะตำแหน่ง N680S (rs6166) ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่กำหนด “ความไว” ของตัวรับต่อฮอร์โมนนี้- ผู้ที่มียีนบางแบบอาจจะตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ได้ดี ทำให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพสูงและจำนวนมากขึ้น
- ในขณะที่ยีนในบางลักษณะอาจตอบสนองได้น้อย ต้องใช้ฮอร์โมนในปริมาณมากขึ้น หรือปรับเปลี่ยนชนิดของยาเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด
การรักษาเฉพาะบุคคลด้วยข้อมูลจาก FSHR
การนำข้อมูลทางพันธุกรรมของ FSHR มาประยุกต์ใช้ในเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นไข่ และลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเลือกยากระตุ้นไข่ให้ตรงกับร่างกาย
จากข้อมูลตำแหน่งพันธุกรรม N680S แพทย์สามารถเลือกฮอร์โมนกระตุ้นไข่ให้ตรงกับความต้องการของร่างกายแต่ละคนได้แม่นยำยิ่งขึ้น- ผู้ที่มียีนแปรผันแบบ S-allele (Ser/Ser หรือ Ser/Asn) : ผู้ป่วยมักตอบสนองต่อฮอร์โมน FSH ที่สกัดจากปัสสาวะ (Urinary FSH หรือ uFSH) ได้ดีกว่า
- ผู้ที่มียีนแปรผันแบบ NN (Asn/Asn) : ผู้ป่วยมักตอบสนองต่อฮอร์โมน FSH ชนิดสังเคราะห์ (Recombinant FSH หรือ rFSH) ได้ดีกว่า
ลดความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนเกินหรือน้อยไป
เมื่อรู้ว่ารังไข่ตอบสนองต่อ FSH ได้มากหรือน้อย การกำหนดขนาดยาจึงแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงจากการใช้ฮอร์โมนเกินจำเป็น (ที่อาจทำให้เกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกินไป หรือ Ovarian Hyperstimulation Syndrome – OHSS) หรือการให้ยาน้อยเกินจนได้ไข่ไม่มากพอในกระบวนการรักษาเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว
เมื่อการเลือกยาและขนาดยามีความเหมาะสมกับพันธุกรรม ผลลัพธ์ของการกระตุ้นไข่ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ ซึ่งส่งผลให้โอกาสตั้งครรภ์และการคลอดประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นตามรอบการรักษาด้วยวิธี ICSI อีกทั้งจากผลงานวิจัยของ Hjelmér และคณะ (2025) ยังพบว่า จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างเพศหญิง โดยก่อนเข้ารับการกระตุ้นไข่ครั้งแรก ต้องผ่านการตรวจยีน FSHR N680S (rs6166) เพื่อเลือกชนิดของฮอร์โมน (recombinant FSH หรือ urinary FSH) ให้ตรงกับจีโนไทป์ของแต่ละคน พบว่าผู้ที่ได้รับฮอร์โมน “ตรงตามจีโนไทป์” มีผลลัพธ์การตั้งครรภ์สะสมและอัตราการคลอดแบบมีชีวิต (CLBR) สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ตรวจจีโนไทป์- อัตราการตั้งครรภ์สูงขึ้น : กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนที่เหมาะสมกับพันธุกรรมมีอัตราการตั้งครรภ์สะสมสูงถึง 51% เทียบกับ 40% ในกลุ่มควบคุมที่ใช้ยาตามมาตรฐาน (งานวิจัย)
- อัตราการคลอดที่ประสบความสำเร็จ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด : การใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยยีน FSHR นี้ แสดงให้เห็นว่าสามารถช่วยเพิ่มอัตราการคลอดมีชีพ (Live Birth Rate) สะสมได้สูงถึง 40% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของการรักษา (งานวิจัย)
ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนเลือกการรักษาเฉพาะบุคคลที่เหมาะสม
ยกระดับโอกาสสำเร็จด้วย FSHR และการรักษาเฉพาะบุคคล
การทำความเข้าใจเรื่อง FSHR และการใช้ข้อมูลนี้เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เป็นหนึ่งในวิธีการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ไม่ดีนักในรอบการรักษาที่ผ่านมา หากคุณและคู่รักกำลังวางแผนมีลูก การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ คือก้าวแรกที่สำคัญ โดยสามารถมาตรวจสุขภาพเตรียมตั้งครรภ์ และปรึกษาผู้ชำนาญการด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมดูแลในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การตรวจวิเคราะห์พันธุกรรม การวางแผนการกระตุ้นไข่ ไปจนถึงการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มโอกาสให้คุณได้เป็นพ่อแม่อย่างสมบูรณ์แบบ บทความโดย แพทย์วนากานต์ สิงหเสนา ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร Hotline: 082-903-2035 LINE Official: @vfccenterคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : การตรวจ FSHR คืออะไร และต้องตรวจอย่างไร ?
A: การตรวจ FSHR เป็นการวิเคราะห์พันธุกรรมเพื่อดูความแปรผันของยีนที่ควบคุมตัวรับฮอร์โมน FSH ซึ่งมีผลต่อการตอบสนองของรังไข่ต่อการกระตุ้นไข่ โดยมักตรวจจากตัวอย่างเลือดหรือสารพันธุกรรม (DNA) จากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลQ : ทำไมบางคนกระตุ้นไข่ได้ผลน้อย ทั้งที่ใช้ยาปริมาณเท่ากัน ?
A: อาจเกิดจากความแตกต่างทางพันธุกรรมในยีน FSHR ที่ทำให้รังไข่ตอบสนองต่อฮอร์โมน FSH ได้ไม่ดี การทราบรูปแบบของยีน FSHR จึงจะช่วยให้แพทย์เลือกยาและปรับขนาดฮอร์โมนให้เหมาะสมมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นไข่และลดความเสี่ยงจากการใช้ยามากเกินไปQ : สามารถตรวจ FSHR และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้ที่ไหน ?
A: สามารถเข้ารับการตรวจและปรึกษาได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ซึ่งมีทีมแพทย์เฉพาะทางและห้องปฏิบัติการพันธุกรรมพร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์ระดับโมเลกุล เพื่อออกแบบแนวทางกระตุ้นไข่และการรักษาที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนโดยเฉพาะQ : จำเป็นต้องตรวจ FSHR ทุกคนหรือไม่ ?
A: การตรวจ FSHR ไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ได้ปกติ แต่จะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่เคยทำ IVF แล้วยังไม่ได้ผล หรืออยู่ในกลุ่ม Poor Responder ซึ่งรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย การตรวจ FSHR จะช่วยให้แพทย์สามารถปรับวิธีการรักษาให้ตรงกับร่างกายได้มากขึ้นQ : ใครเหมาะกับการรักษาเฉพาะบุคคลแบบนี้ ?
A:- ผู้ที่วางแผนทำ IVF/ICSI และต้องการเพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุด
- ผู้ที่เคยทำ IVF หลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ (Recurrent Implantation Failure - RIF)
- ผู้ที่ตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ได้น้อย (Poor Responders)