ปรึกษาและวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center
เกรดตัวอ่อน คืออะไร แบ่งเป็นอย่างไร ?
การประเมินเกรดตัวอ่อน คือกระบวนการที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ใช้ในการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงสุดก่อนจะย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนจะมีโอกาสฝังตัวและเจริญเติบโตต่อไปได้ โดยหลักการประเมินจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้1. การประเมินรูปร่างตัวอ่อน (Morphology Grading)
การประเมินรูปร่างตัวอ่อนเป็นวิธีที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะส่องกล้องดูพัฒนาการของตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะในระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการย้ายตัวอ่อน เกณฑ์ที่ใช้พิจารณา ได้แก่- ความสมบูรณ์ของมวลเซลล์ด้านใน (Inner Cell Mass) ซึ่งจะพัฒนาเป็นทารก
- คุณภาพของเซลล์ชั้นนอก (Trophectoderm) ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นรก
- ความสม่ำเสมอของเซลล์ และการขยายตัวของตัวอ่อน
2. การประเมินระดับพันธุกรรมหรือโครโมโซมตัวอ่อน (Chromosomal Status)
การประเมินโครโมโซมตัวอ่อนเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะโครโมโซมเป็นสิ่งที่รวมสารพันธุกรรมทั้งหมดของมนุษย์ หากจำนวนโครโมโซมเกินหรือขาด ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาของทารกโดยตรง- Euploid คือตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมครบถ้วน 46 แท่ง มีสมดุลทางพันธุกรรม เหมาะสมต่อการฝังตัว และมีแนวโน้มพัฒนาเป็นทารกที่แข็งแรง
- Aneuploid คือตัวอ่อนที่มีโครโมโซมบางคู่เกินหรือขาด มักทำให้ไม่เกิดการฝังตัว แท้งในระยะแรก หรือความผิดปกติของทารก
- Mosaic คือตัวอ่อนที่มีทั้งเซลล์ปกติและผิดปกติปะปนกัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ตัวอ่อนกลุ่มนี้มีความซับซ้อน ผลลัพธ์ในการฝังตัวของตัวอ่อนขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเซลล์ที่ปกติและผิดปกติ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเป็นรายกรณี
เกรดตัวอ่อนกับความเสี่ยงเด็กผิดปกติ
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของตัวอ่อนกับสุขภาพของทารกในอนาคตนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน โดยผลลัพธ์สามารถแยกได้ตามสถานะทางพันธุกรรม ดังนี้ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ
ตัวอ่อนกลุ่มนี้เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์คุณภาพ เมื่อย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกที่พร้อม จะมีโอกาสฝังตัวสูง อัตราการแท้งต่ำ และที่สำคัญคือ มีแนวโน้มพัฒนาเป็นทารกที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ลดความกังวลเรื่องความพิการแต่กำเนิด หรือความผิดปกติทางสติปัญญาที่เกิดจากพันธุกรรมตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติ
หากมีการย้ายตัวอ่อนที่ผิดปกติกลับเข้าสู่มดลูก ซึ่งมักเกิดในกรณีที่ไม่ได้ตรวจโครโมโซมก่อน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่- ตัวอ่อนไม่ฝังตัว ร่างกายมีกลไกตามธรรมชาติที่จะปฏิเสธตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้การทำ IVF/ICSI ล้มเหลว
- แท้งในระยะแรก หากตัวอ่อนฝังตัวได้ แต่มักจะหยุดการเจริญเติบโตในช่วงไตรมาสแรก (Blighted Ovum)
- ความผิดปกติทางพันธุกรรม ในกรณีที่ตัวอ่อนสามารถเจริญเติบโตจนคลอดออกมาได้ ทารกอาจมีความผิดปกติทางร่างกายหรือสติปัญญาอย่างรุนแรง
ปรึกษาเรื่องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center
เปรียบเทียบเกรดโครโมโซมตัวอ่อนกับความเสี่ยงของทารก
เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับโครโมโซมตัวอ่อนที่ชัดเจนขึ้น ตารางด้านล่างนี้จะช่วยเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างสถานะโครโมโซมกับผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์| สถานะโครโมโซมตัวอ่อน | โอกาสฝังตัว | ความเสี่ยงแท้ง | ความเสี่ยงเด็กผิดปกติ |
| Euploid (ปกติ) | สูงมาก (60-70%+) | ต่ำ | ต่ำมาก |
| Mosaic (ก้ำกึ่ง) | ปานกลาง | ปานกลาง | มีความเสี่ยง (ต้องปรึกษาแพทย์) |
| Aneuploid (ผิดปกติ) | ต่ำมาก หรือไม่ติดเลย | สูงมาก | สูงมาก (หากครรภ์ดำเนินต่อได้) |
โครโมโซมตัวอ่อนและผลกระทบต่อทารก
โครโมโซมเป็นโครงสร้างที่บรรจุสารพันธุกรรม (DNA) ทั้งหมดของมนุษย์ ทำหน้าที่กำหนดการสร้างอวัยวะ การทำงานของระบบต่าง ๆ และพัฒนาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงหลังคลอด หากโครโมโซมไม่สมดุล ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาในทุกช่วงของชีวิต ตัวอย่างความผิดปกติของโครโมโซมที่พบบ่อยและส่งผลกระทบต่อทารก ได้แก่- Trisomy 21 (กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม) เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการช้า รูปร่างหน้าตามีลักษณะเฉพาะ และอาจมีปัญหาหัวใจพิการแต่กำเนิด
- Trisomy 18 (กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดซินโดรม) เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา มักสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมาก ทารกมักมีตัวเล็ก รวมถึงมีความผิดปกติของอวัยวะภายใน และมีอัตราการอยู่รอดหลังคลอดต่ำมาก
- Trisomy 13 (กลุ่มอาการพาทัวซินโดรม) เกิดจากมีโครโมโซมคู่ที่ 13 เกินมา ส่งผลต่อความผิดปกติของสมองและใบหน้าอย่างรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่ทารกจะเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือหลังคลอดไม่นาน
การตรวจคัดกรองเกรดโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อลดความเสี่ยงผิดปกติของทารก
เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ช่วยให้เราข้ามขีดจำกัดของการดูแค่รูปลักษณ์ภายนอกสู่การเจาะลึกถึงระดับพันธุกรรม ด้วยเทคนิคการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนที่เรียกว่า PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidies)กระบวนการตรวจ PGT-A
กระบวนการนี้จะเริ่มขึ้นหลังจากเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึงระยะ Blastocyst (ประมาณวันที่ 5-6) นักวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์จะทำการดึงเซลล์จำนวนเล็กน้อย จากส่วนที่จะเจริญไปเป็นรก โดยไม่กระทบต่อตัวอ่อน เพื่อนำไปวิเคราะห์โครโมโซมทั้ง 23 คู่ ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ที่มีความแม่นยำสูงมากข้อดีของการตรวจคัดกรองโครโมโซม
- ลดความเสี่ยงแท้งบุตร เนื่องจากเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
- เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการย้ายตัวอ่อนหลายรอบ ด้วยการเลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพมาใช้ก่อน
- ลดความเสี่ยงเด็กมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ให้ความมั่นใจว่าลูกน้อยที่เกิดมา จะปราศจากกลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากจำนวนโครโมโซมเกินหรือขาด
ปรึกษาเรื่องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center
การคัดเกรดโครโมโซมตัวอ่อน ควบคู่กับการประเมินรูปร่างตัวอ่อน จึงเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สำเร็จ และการมีร่างกายที่สมบูรณ์ของลูกน้อยในอนาคต ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณภาพตัวอ่อน การแบ่งเกรดโครโมโซมตัวอ่อน ไปจนถึงการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรส โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ นักวิทยาศาสตร์พันธุศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อมอบความมั่นใจให้แก่ทุกครอบครัว บทความโดย แพทย์วนากานต์ สิงหเสนา ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร Hotline: 082-903-2035 LINE Official: @vfccenterคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกรดโครโมโซมตัวอ่อน (FAQs)
ตัวอ่อนแบบ Mosaic ที่มีเซลล์ปกติและผิดปกติปะปนกัน มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์และคลอดบุตรที่แข็งแรงได้หรือไม่ ?
มีโอกาส แต่มีความซับซ้อน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเซลล์ที่ปกติและผิดปกติที่ปะปนอยู่ แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาเป็นรายกรณีและให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจย้ายตัวอ่อนกลุ่มนี้
การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติทางพันธุกรรมได้อย่างไร ?
PGT-A เป็นการตรวจวิเคราะห์โครโมโซมทั้ง 23 คู่ด้วยเทคโนโลยี NGS ช่วยให้สามารถเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่มีโครโมโซมครบถ้วนและสมดุล (Euploid) เพื่อย้ายกลับเข้าสู่มดลูก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการแท้งบุตร และลดความเสี่ยงที่ทารกจะเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดจากจำนวนโครโมโซมเกินหรือขาด เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม