ไม่มีประจำเดือนนาน ๆ ถือว่าผิดปกติหรือไม่
การไม่มีประจำเดือนติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน หรือหายไปเป็นปี ถือว่าเป็นสัญญาณผิดปกติของระบบสืบพันธุ์และระบบฮอร์โมน เพราะประจำเดือนสัมพันธ์โดยตรงกับการทำงานของรังไข่และการตกไข่ หากประจำเดือนไม่มาเป็นเวลานาน อาจบ่งบอกได้ว่าไข่อาจไม่ตกตามรอบ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์โดยตรง จึงควรตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันภาวะมีบุตรยากในอนาคตภาวะ Amenorrhea คืออะไร ?
Amenorrhea คือ ภาวะที่ผู้หญิง “ไม่มีประจำเดือน” เกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่- Primary Amenorrhea คือ ผู้หญิงที่อายุ 15–16 ปี แต่ยังไม่เคยมีประจำเดือนเลย
- Secondary Amenorrhea คือ ผู้หญิงที่เคยมีประจำเดือนปกติ แต่ประจำเดือนหายไปนานเกิน 3 เดือนติดต่อกัน
ภาวะ Amenorrhea ทำให้ไม่มีประจำเดือน ยังมีโอกาสท้องไหม ?
คำตอบคือ ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ แต่โอกาสจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากการไม่มีประจำเดือนนาน ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ “ไข่ไม่ตก (Anovulation)” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดของการตั้งครรภ์ เมื่อไม่มีการตกไข่ตามรอบเดือน โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็จะลดลง อย่างไรก็ตาม หากได้รับการประเมินสาเหตุและรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำให้กลับมาตกไข่ได้ หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF หรือ ICSI เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้เช่นกันสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่มีประจำเดือน (Amenorrhea)
- ภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบมากที่สุด ทำให้ไข่ไม่โตและไม่ตก ส่งผลให้ประจำเดือนมาน้อยหรือไม่มาเลย อีกทั้งเมื่อฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงขึ้นยังจะทำให้เกิดสิว ขนดก และมีปัญหาน้ำหนักตัวร่วมด้วย
- รังไข่เสื่อมก่อนวัย (Premature Ovarian Failure) เกิดจากการที่รังไข่ผลิตฮอร์โมนลดลงเร็วกว่าปกติ ทำให้ประจำเดือนหยุด อาจเกิดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 40 ปี และมีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์โดยตรง
- มีความเครียด พักผ่อนน้อย น้ำหนักขึ้นลงเร็ว หรือออกกำลังกายหนัก ร่างกายอาจหยุดการตกไข่ชั่วคราวเพื่อลดการใช้พลังงาน จึงทำให้ไม่มีประจำเดือนในช่วงหนึ่ง
- ปัญหาไทรอยด์หรือโปรแลคตินสูง ฮอร์โมนเหล่านี้ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ หากผิดปกติจะทำให้วงจรไข่ตกหยุดชะงัก
- ผนังมดลูกบางผิดปกติ แม้รังไข่จะยังทำงานได้ แต่ผนังมดลูกที่บางมากอาจไม่มีเลือดออก จึงเหมือนกับไม่มีประจำเดือน หรือทำให้การฝังตัวเกิดขึ้นได้ยาก
แนวทางรักษาเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หากไม่มีประจำเดือนนาน ๆ
เมื่อมีภาวะ Amenorrhea หรือไม่มีประจำเดือนเป็นเวลานาน การรักษาจะต้องอาศัยการตรวจประเมินอย่างละเอียดทั้งด้านฮอร์โมน การทำงานของรังไข่ และระบบสืบพันธุ์ทั้งหมด เพราะแนวทางรักษาจะแตกต่างไปตามสาเหตุของแต่ละคน โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้รอบเดือนกลับมาเป็นปกติ กระตุ้นให้มีการตกไข่ และเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย1. ปรับฮอร์โมนและกระตุ้นรอบเดือนให้กลับมาปกติ
หากตรวจพบว่า ภาวะไม่มีประจำเดือนเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเพศต่ำ ไทรอยด์ผิดปกติ หรือไข่ไม่ตกเรื้อรัง แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาปรับฮอร์โมน หรือยากระตุ้นไข่เพื่อให้รอบเดือนกลับมาสม่ำเสมอ การมีรอบเดือนที่ปกติช่วยให้ตรวจสอบวันไข่ตกได้ง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างเป็นธรรมชาติ2. รักษาตามสาเหตุ เช่น PCOS ไทรอยด์ หรือโปรแลคตินสูง
กรณีที่ไม่มีประจำเดือนเกิดจากโรคหรือความผิดปกติเฉพาะ เช่น ภาวะ PCOS, ภาวะโปรแลคตินสูง และโรคของต่อมไทรอยด์ แพทย์จะรักษาที่ต้นเหตุเป็นหลัก เมื่อควบคุมโรคได้แล้ว เช่น ลดระดับโปรแลคตินให้ปกติ ควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์ หรือวางแผนรักษา PCOS ประจำเดือนก็จะเริ่มกลับมา และเกิดการตกไข่ที่มีคุณภาพมากขึ้น3. ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI / IVF / ICSI
หากรักษาตามสาเหตุแล้ว รังไข่ยังไม่ตอบสนอง และไม่มีการตกไข่อย่างต่อเนื่อง หรืออายุเกิน 35 ปี การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะเป็นทางเลือกสำคัญ ตัวอย่างเช่น- การกระตุ้นไข่เพื่อเก็บไข่ สำหรับผู้ที่ไข่ไม่ตกเป็นเวลานาน
- การทำ ICSI เหมาะกับผู้ที่มีไข่น้อย คุณภาพไข่ไม่ดี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม ซึ่งช่วยให้การปฏิสนธิเกิดขึ้นได้แม้มีไข่จำนวนจำกัด
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ VFC Center
อาการประจำเดือนมาไม่ปกติอื่น ๆ ที่ควรพบแพทย์
นอกจากภาวะไม่มีประจำเดือนแล้ว ยังมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าระบบฮอร์โมนหรือระบบสืบพันธุ์อาจทำงานผิดปกติ ซึ่งควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด ดังนี้รอบเดือนสั้น หรือยาวกว่าปกติ
โดยทั่วไปแล้วรอบเดือนจะอยู่ที่ 21-35 วัน หากมากหรือน้อยกว่านั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ การตั้งครรภ์ หรือภาวะ PCOS ซึ่งเป็นกลุ่มของอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบเลือดออกมาก หรือน้อยผิดปกติ
หากมีเลือดประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือเลือดออกน้อยจนผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะโลหิตจาง เนื้องอกมดลูก ภาวะขาดฮอร์โมนเพศ ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ระยะเวลาการมีประจำเดือนไม่เป็นตามปกติ
ตามปกติแล้ว ระยะเวลาการมีประจำเดือนจะอยู่ที่ 2-7 วัน ดังนั้น หากมีประจำเดือนน้อยกว่า 2 วัน หรือมากกว่า 7 วัน อาจบ่งบอกได้ถึง ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก ๆ 28-30 วัน และต้องเป็นเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากประจำเดือนไม่มาตามรอบ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะฮอร์โมนผิดปกติ หรือมีโรคที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่ภาวะตั้งครรภ์ยากได้มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน
การมีเลือดออกกะปริดกะปรอยก่อนหรือหลังมีประจำเดือน รวมถึงในระหว่างรอบเดือน ถือเป็นอาการผิดปกติที่อันตราย เพราะบ่งบอกได้ถึงความเสี่ยงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ การมีเนื้องอก หรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก การติดเชื้อในโพรงมดลูก ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล รวมถึงการเป็นมะเร็งที่บริเวณปากมดลูก หรือภายในโพรงมดลูก ควรรีบปรึกษาแพทย์อย่างเร่งด่วน
ปรึกษาเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)