ทำความรู้จักการฝากสเปิร์ม
การฝากสเปิร์ม (Sperm Freezing) คือหนึ่งในเทคโนโลยีเพื่อการเตรียมความพร้อมและป้องกันปัญหาการมีบุตรยากที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการนำสเปิร์มจากน้ำอสุจิไปแช่แข็ง แล้วนำไปคัดเลือกใส่หลอดที่สามารถเก็บได้ครั้งละมากกว่าล้านตัว จากนั้นจึงนำไปแช่แข็งเพื่อเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำถึง -196 องศาเซลเซียส ซึ่งการฝากสเปิร์มจะช่วยเก็บรักษาคุณภาพของสเปิร์มให้มีคุณภาพ เพื่อให้พร้อมต่อการนำมาใช้หากต้องการมีบุตร เช่น เมื่อต้องการนำไปใช้ร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้วทั้งกระบวนการ IVF และ ICSI ซึ่งสเปิร์มที่ฝากจะสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการเก็บและดูแลที่แตกต่างกันออกไปกระบวนการสร้างสเปิร์มเป็นอย่างไร ?
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการฝากสเปิร์ม เราต้องรู้ถึงกระบวนการสร้างสเปิร์มกันก่อน กระบวนการสร้างสเปิร์ม (Spermatogenesis) เป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในลูกอัณฑะ ใช้เวลาประมาณ 64-74 วันต่อรอบ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้-
- เริ่มต้นจากเซลล์ต้นกำเนิด (Germ Cells) เซลล์เหล่านี้จะอยู่ในหลอดสร้างสเปิร์มภายในอัณฑะและจะค่อย ๆ แบ่งตัวเพื่อพัฒนาเป็นเซลล์อสุจิที่สมบูรณ์
- พัฒนาเป็นสเปิร์มโตเต็มวัย (Maturation) ระหว่างกระบวนการสร้างเซลล์อสุจิจะได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ที่ควบคุมโดยสมองผ่านต่อมใต้สมอง
- เก็บในหลอดเก็บอสุจิ (Epididymis) เมื่อสร้างอสุจิเสร็จจะถูกส่งต่อไปยังหลอดเก็บอสุจิ ซึ่งเป็นที่พักตัวและพัฒนาเพิ่มเติมให้มีความสามารถในการเคลื่อนที่และปฏิสนธิ
- หลั่งออกจากร่างกาย (Ejaculation) เมื่อถูกหลั่งออกมา อสุจิจะเดินทางผ่านท่อนำอสุจิออกมาพร้อมกับของเหลวจากต่อมลูกหมากและถุงน้ำเชื้อ กลายเป็นน้ำอสุจิที่สมบูรณ์หนึ่งชุด
วางแผนทำ IUI, IVF และ ICSI กับสูตินรีแพทย์ที่ VFC Center
การฝากสเปิร์มมีข้อดีอย่างไร ?
ข้อดีของการฝากสเปิร์ม คือช่วยเก็บรักษาอสุจิในช่วงที่ยังมีคุณภาพดี ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าคุณภาพของสเปิร์มจะลดลงตามอายุ และสามารถนำมาใช้ได้ในภายหลังตามต้องการ แต่หากพูดถึงค่าใช้จ่ายของการฝากสเปิร์ม ราคาจะขึ้นอยู่ในแต่ละคลินิกหรือโรงพยาบาล เนื่องจากมีค่าบริการในการจัดเก็บและดูแลรายปีที่แตกต่างกันการฝากสเปิร์มเหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่ต้องการทำหมัน เพื่อจะได้มีอสุจิเก็บไว้หากต้องการที่จะมีบุตรเพิ่มในอนาคต
- ผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมี รังสีบำบัด หรือต้องใช้ยาที่อาจจะมีผลเสียและสร้างความเสี่ยงต่อการสร้างอสุจิในอนาคต
- ผู้ที่เข้ารับการรักษาที่มีความจำเป็นต้องตัดลูกอัณฑะ
- ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีความผิดปกติ ที่จะทำให้มีการสร้างอสุจิลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ควรพิจารณาการฝากสเปิร์มเอาไว้ ในขณะที่ยังมีคุณภาพดีอยู่
- คู่สมรส ที่ต้องการมีลูกแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา จึงไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ในช่วงตกไข่ได้ ควรพิจารณาการฝากสเปิร์มไว้เพื่อฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงในจังหวะที่มีการตกไข่
- คู่สมรส ที่เข้ารับการรักษาภาวะการมีบุตรยาก และต้องใช้อสุจิอยู่เรื่อย ๆ การฝากสเปิร์มที่เหลือใช้จากการปฏิสนธิไว้ในธนาคารสเปิร์ม จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้การรักษาในรอบต่อไป
ก่อนฝากสเปิร์มต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ?
- พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งกายและใจ เพราะการเก็บอสุจิควรทำในขณะที่สุขภาพร่างกายปกติ เพื่อให้มีการคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด หากมีอาการเจ็บป่วยหรือยังอยู่ในขั้นตอนการรักษาใด ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ก่อนเข้ารับการตรวจ เพราะเป็นสาเหตุทำให้น้ำเชื้อมีคุณภาพด้อยลง
- ควรงดการหลั่งน้ำอสุจิก่อนมาฝากอสุจิอย่างน้อย 2 วันแต่ไม่เกิน 7 วัน เพราะหากมีการหลั่งอสุจิมาก่อนจะส่งผลต่อปริมาณน้ำอสุจิ และสเปิร์มอาจลดน้อยลง แต่ถ้างดเว้นการหลั่งนานเกินไป อาจทำให้มีจำนวนอสุจิที่ไม่เคลื่อนไหว หรือตายแล้วมากขึ้น
- งดแช่น้ำร้อน หรือเข้าซาวน่า เพราะเมื่ออุณหภูมิร่างกายเปลี่ยน จะส่งผลให้สามารถสร้างอสุจิได้น้อยลง
- ดูแลตัวเอง ล้างมือและล้างอวัยวะเพศให้สะอาดก่อนการเก็บ สามารถปัสสาวะทิ้งก่อนการเก็บอสุจิได้
ขั้นตอนการฝากสเปิร์ม
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการตรวจสอบประวัติ ร่างกาย เลือด และอสุจิ เพื่อคัดกรองว่ามีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคซิฟิลิส โรคตับอักเสบ โรคเอดส์ โรคธาลัสซีเมีย และโรคเบาหวาน หรือไม่
- เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนในห้องเก็บสเปิร์ม จะต้องล้างมือ และอวัยวะเพศให้สะอาดก่อนที่จะรีดน้ำเชื้อลงสู่ถ้วยพลาสติกปากกว้าง โดยต้องทำการเก็บน้ำอสุจิโดยวิธีสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ห้ามทำโดยการร่วมเพศแล้วหลั่งน้ำอสุจิภายนอก และห้ามใช้ถุงยางอนามัย หรือสารหล่อลื่นประเภทต่าง ๆ ซึ่งตามปกติแล้วสเปิร์มจะมีปริมาณมากกว่า 15 ล้านตัวต่อหนึ่งซีซี เมื่อหลั่งอสุจิเสร็จแล้ว สเปิร์มจะถูกนำไปตรวจสอบว่ามีความสมบูรณ์ดีหรือไม่ ซึ่งสเปิร์มที่ดี มีคุณภาพ จะมีลักษณะคล้ายรูปไข่ หัวกลมมน มีหางยาวเป็นสาย และสามารถเคลื่อนไหวได้ในความเร็วปกติ หรือน้อยกว่าความเร็วปกติอย่างน้อย 40%
- ในขั้นตอนการจัดเก็บ สเปิร์มจะถูกนำไปผสมกับน้ำยาแช่แข็งเพื่อให้คงสภาพที่สมบูรณ์ แล้วผ่านกระบวนการลดอุณหภูมิให้เย็นลงเพื่อเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว แล้วรอเวลานำออกมาใช้