ปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center
ท้องทิพย์ (Pseudocyesis) คืออะไร ?
ท้องทิพย์หรือภาวะท้องปลอม ในภาษาทางการแพทย์คือ Pseudocyesis เป็นอาการผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้หญิงคิดว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่ โดยรู้สึกว่ามีอาการเหมือนคนท้องแต่ตรวจไม่เจอ หากให้แพทย์ตรวจร่างกายก็จะไม่พบการตั้งครรภ์ ซึ่งต่างจากภาวะท้องลมที่แพทย์พบว่ามีการตั้งครรภ์จริง แต่ไข่ฝ่อไปหรือตัวอ่อนไม่มีการเจริญเติบโต จนนำไปสู่การต้องยุติการตั้งครรภ์ในที่สุดสาเหตุของการเกิดภาวะท้องทิพย์คืออะไร ?
อาการท้องทิพย์ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าจะเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้- ความต้องการมีบุตรอย่างมาก แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
- การตอบสนองของร่างกายต่อการรับรู้ที่ผิดพลาด กระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ออกมา
- ความเครียด ความวิตกกังวล หรือปัญหาทางอารมณ์อื่น ๆ ต่างส่งผลให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน
ภาวะท้องทิพย์มีอาการอย่างไร ?
ผู้ที่มีภาวะท้องทิพย์ จะมีอาการเหมือนคนท้อง ทั้งที่ยังไม่ท้อง โดยที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ มีดังนี้ประจำเดือนขาด
การที่ประจำเดือนขาดนั้นเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่มากระตุ้นรังไข่ ทำให้ผนังมดลูกหนาตัวและไม่มีประจำเดือน ปกติแล้วจะขาดไปประมาณ 3-4 เดือนหน้าท้องโตขึ้น
หน้าท้องที่ใหญ่กว่าปกติ เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในภาวะนี้ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบำรุงเพื่อให้ตั้งครรภ์ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการสะสมของชั้นไขมันหน้าท้องรู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง
ผู้หญิงที่มีอาการท้องทิพย์ จะรู้สึกว่าลูกดิ้น หรือในบางครั้งคนรอบข้างก็สามารถจับต้องอาการนี้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีสาเหตุมาจากการบีบตัวของลำไส้ หรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ทำให้มีการขยับคล้ายกับลูกดิ้นได้ในบางรายเต้านมขยายใหญ่ขึ้น
เต้านมขยายเกิดมาจากต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนของสตรีมีครรภ์ออกมา เพื่อกระตุ้นให้เต้านมขยายเตรียมพร้อมผลิตน้ำนมให้ลูกมีอาการแพ้ท้อง
อาการแพ้ท้องต่าง ๆ สามารถเกิดได้จากอารมณ์ จิตใจ ความเครียด และการที่มีลมอยู่ในระบบทางเดินอาหารก็กระตุ้นให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ท้องแข็ง และปัสสาวะบ่อย
ผู้หญิงที่มีอาการท้องทิพย์ จะเกิดจากความวิตกกังวลและคิดหมกมุ่น จนทำให้รู้สึกต้องปัสสาวะบ่อย ๆ หรือมีอาการท้องแข็งได้เริ่มต้นวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center เพื่อความสุขของครอบครัว
แนวทางการรักษาภาวะท้องทิพย์
- เข้ารับการตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์จริง ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากการตรวจเพิ่มเติมแล้วว่าไม่ได้ท้องจริง อาการที่คล้ายการตั้งครรภ์ต่าง ๆ จะค่อย ๆ หายไปเอง
- การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา เป็นอีกแนวทางการรักษาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาด้านจิตใจเป็นต้นเหตุหลักของอาการท้องทิพย์ ดังนั้นจึงต้องมุ่งเน้นการเยียวยาทางใจ เพื่อรับคำแนะนำ และการให้กำลังใจ มากกว่าใช้ยา
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคท้องทิพย์ อาจจะเคยได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ ที่เกิดจากความต้องการจะตั้งครรภ์ ดังนั้นหลังจากได้รับการยืนยันว่าไม่ได้ตั้งครรภ์แล้ว จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคทางจิตเวชอื่น ๆ เพิ่มเติม
- ดูแลสุขภาพโดยรวม ให้แข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อพร้อมรับโอกาสใหม่สำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการท้องทิพย์ (FAQs)
อาการท้องทิพย์สามารถเกิดขึ้นได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาของอาการท้องทิพย์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจมีอาการเพียงไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่บางรายอาจยาวนานหลายเดือน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสะสมหรือความคาดหวังในการตั้งครรภ์สูง หากได้รับการยืนยันทางการแพทย์และดูแลด้านจิตใจอย่างเหมาะสม อาการมักจะค่อย ๆ ลดลง
ท้องทิพย์เกิดจากจิตใจล้วน ๆ หรือมีผลทางร่างกายร่วมด้วย ?
แม้ท้องทิพย์จะมีรากฐานมาจากภาวะทางจิตใจ แต่สามารถส่งผลต่อร่างกายได้จริง เนื่องจากความเครียดและความเชื่อที่ฝังลึก อาจกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดอาการทางกาย เช่น ประจำเดือนขาด เต้านมขยาย หรือคลื่นไส้ได้
ภาวะท้องทิพย์ส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์ในอนาคตหรือไม่ ?
ภาวะท้องทิพย์ไม่ทำให้ระบบสืบพันธุ์เสียหายโดยตรง แต่หากไม่ได้รับการดูแลด้านจิตใจอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อความเครียดเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ลดโอกาสตั้งครรภ์ในอนาคตได้ การฟื้นฟูสภาพจิตใจควบคู่กับการดูแลสุขภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
คนรอบข้างควรปฏิบัติตัวอย่างไร หากคนใกล้ชิดมีภาวะท้องทิพย์ ?
ควรรับฟังด้วยความเข้าใจ หลีกเลี่ยงการพูดตอกย้ำหรือแสดงความไม่เชื่อในทันที และไม่ควรกดดันด้วยคำถามเกี่ยวกับการมีลูก การให้กำลังใจและสนับสนุนให้เข้าพบแพทย์อย่างนุ่มนวล จะช่วยให้ผู้ป่วยผ่านช่วงเวลานี้ได้ดีขึ้น