ไขมันในเลือดสูงคืออะไร?
ไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) คือ ภาวะที่ระดับไขมันในเลือดสูงเกินปกติ โดยเฉพาะคอเลสเตอรอล (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง การขาดการออกกำลังกาย การมีน้ำหนักเกิน การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มาก รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมหรือโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคไต หรือไทรอยด์ทำงานต่ำ ซึ่งในทางการแพทย์ ไขมันในเลือดถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่- LDL (Low-Density Lipoprotein) : คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือไขมันเลว หากมีปริมาณสูงเกินไป จะสะสมอยู่ในหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงทำให้หลอดเลือดตีบ ซึ่งระดับปกติควรอยู่ที่ไม่เกิน 100 mg/dL
- HDL (High-Density Lipoprotein) : คอเลสเตอรอลชนิดดีหรือไขมันดี ช่วยนำ LDL กลับไปที่ตับเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ผู้ชายควรมากกว่า 50 mg/dL และผู้หญิงควรมากกว่า 40 mg/dL
- ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) : ไขมันอีกชนิดที่หากสูงเกินไป ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจได้เช่นกัน ระดับปกติควรอยู่ที่ไม่เกิน 150 mg/dL
ผลกระทบของภาวะไขมันในเลือดสูงต่อสุขภาพโดยรวม
ในระยะแรก ภาวะไขมันในเลือดสูงมักไม่แสดงอาการชัดเจน แต่ในระยะยาว ภาวะนี้ก่อให้เกิดผลกระทบสำคัญต่อสุขภาพหลายประการ เช่น- โรคหัวใจและหลอดเลือด : ไขมันที่สูงเกินไปจะไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบและแข็งตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเกิดขึ้นกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ อาจทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด มีอาการเจ็บหน้าอก และในบางกรณีอาจเกิดหัวใจวายได้
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : การสะสมของไขมันบริเวณหลอดเลือดสมองทำให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน ลดการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือภาวะสมองเสื่อมได้ และเป็นอันตรายถึงชีวิต
- โรคตับและตับอ่อน : เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันพอกตับ และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะตับแข็ง ตับวาย หรือมะเร็งตับในระยะยาว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันด้วย
- โรคเมตาบอลิกและเบาหวาน : ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เกิดภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนลงพุง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะเมตาบอลิกซินโดรม
ผลข้างเคียงจากภาวะไขมันในเลือดสูงต่อฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง
นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมทั้งในระยะสั้นและระยะยาวแล้ว ระดับไขมันในเลือดยังส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิงด้วย โดยสามารถอธิบายผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้ผลกระทบในเพศหญิง
1. ฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่ไม่สมดุล
ระดับไขมันในเลือดส่งผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอรโรน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตกไข่และการเกิดรอบเดือน ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก2. เป็นสาเหตุของภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome)
ไขมันในเลือดสูงสัมพันธ์กับโรคอ้วน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะ PCOS หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบและการเกิดซีสต์ในรังไข่ นำไปสู่การเกิดภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนมีลูกยาก3. การทำงานของรังไข่และระบบสืบพันธุ์บกพร่อง
การมีไขมันสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่ลดลง ทั้งในแง่การผลิตไข่ คุณภาพไข่ และความผิดปกติที่เยื่อบุโพรงมดลูก เสี่ยงเกิดภาวะแท้งและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ผลกระทบในเพศชาย
1. คุณภาพน้ำอสุจิลดลง
ส่งผลเสียต่อการผลิตอสุจิ ทำให้จำนวนอสุจิน้อยลง การเคลื่อนที่ของอสุจิช้าลง รูปร่างของอสุจิผิดปกติ และความเสียหายในระดับ DNA ซึ่งทั้งหมดนี้ลดโอกาสในการปฏิสนธิได้ทั้งสิ้น2. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ผู้ชายที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง มักมีระดับฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำลง มีผลต่ออารมณ์และสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์ทางเพศน้อยลง จึงเสี่ยงต่อการมีบุตรยากเพิ่มขึ้น3. หลอดเลือดในอวัยวะสืบพันธุ์ตีบ
ภาวะไขมันสูงเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งทำให้หลอดเลือดตีบและแข็งตัว เลือดจึงไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่เต็มที่ รวมไปถึงอวัยวะเพศชาย ส่งผลต่อการแข็งตัวและการมีเพศสัมพันธ์
วิธีการควบคุมไขมันในเลือดเพื่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ที่ดี
หากคุณกำลังวางแผนที่จะมีบุตร แล้วกังวลว่าหากมีภาวะไขมันในเลือดสูง บวกกับน้ำหนักตัวเยอะจะเสี่ยงมีบุตรยากไหม การตรวจสุขภาพฮอร์โมนและระดับไขมันในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นหนึ่งในการดูแลที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้ที่มีปัญหาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้ไขมันในเลือดกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีเหล่านี้1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
- ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เช่น ของทอด ขนมอบสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์ติดมัน เพราะไขมันเหล่านี้สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและสะสมตามหลอดเลือดได้
- เพิ่มอาหารที่มีไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก ปลาแซลมอน อะโวคาโด และถั่ว เพื่อช่วยลดไขมันเลว (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL)
- รับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ด เพื่อเพิ่มไฟเบอร์ ลดการดูดซึมไขมัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะการรับประทานน้ำตาลมากเกินไปส่งผลต่อการดื้อต่ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อ PCOS ในผู้หญิงด้วย